Travelling

ยืดมาถึงตอนที่ 3 จนได้ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะให้ยืดขนาดนี้หรอกครับ แต่พอดูภาพแล้ว อู้ว~~~ อันนั้นก็อยากให้ดู อู้ว~~~ อันนี้ก็อยากอวด เลยยืดมาจนถึงตอนสามจนได้ครับ

 -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เชิญชมของเก่าก่อนเลยครับ จะได้ต่อเนื่องนะครับ สำหรับคนหลงเข้ามา

ขอหนาว ณ ภูกระดึง ตอนที่ 1

ขอหนาว ณ ภูกระดึง ตอนที่ 2

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ยังคงอยู่ในช่วงคริสต์มาสนะครับ ฝากเพลงให้ฟังอีกสักเพลง

 


루돌프 사슴코Rudolph the Red-Nosed Reindeer - 유리상자Yurisangja

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

 

 

วันนี้เอาแผนที่ภูกระึดึงมาให้ดูกันเลยครับว่าจะไปที่ไหนบ้าง

เอนทรี่ที่แล้วเริ่มต้นจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แวะไหว้พระพุทธเมตตาแล้วก็แวะชมใบเมเปิ้ลที่น้ำตกถ้ำใหญ่ครับ (เส้นทางน้ำตกเอาจักรยานเข้าไม่ได้ครับ) แวะจอดจักรยานที่ทางเข้าน้ำตกแล้วก็เดินขึ้นไปหน่อย

 

ชูแว๊บบบบบ~~~~~~ ตัดฉากมาโผล่ที่สระอโนดาตเลยนะครับ

สระอโนดาตถ่ายมาไม่สวยอ่ะ ขอผ่านล่ะกันนะครับ (แต่ภาพจากพี่ที่ไปด้วยสวย เลยเอามาลงไว้ให้)

เย็นตีนมากขอบอก

 

สระอโนดาต ถ้าเดินผ่านเฉยๆ มันก็ไม่มีอะไรแปลกหรอกครับ มันก็แค่สระน้ำเท่านั้นเอง มีออกจะเยอะแยะทั่วไป แต่มันแปลกตรงที่ว่ามันบังเอิญอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1 กิโลนี่สิ เพราะสระน้ำขนาดนี้ไม่ค่อยจะเจอตามยอดเขาสักเท่าไรหรอกครับ

สำหรับคนที่จะไปนะครับ ถ้าผ่านสระนี้แล้วไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีนอกจากถ่ายภาพ ก็ให้ลองถอดรองเท้า ถอดถุงเท้า แล้วเอาเท้าจุ่มครับ เย้นนนนนเย็น~~~~ อ้า ฟินาเล่~~~~~~~~~ อร๊าง~~~~~~~~~

 

หลังจากเท้าเริ่มชาเพราะความเย็นแล้วก็เดินทางต่อครับ ขี่จักรยานลงมาที่ผานาน้อยเลยครับ

โพสท่าไม่ออก ก็ให้โดด จะทำให้ภาพนี้โดดเด้งทันที (โดดผิดตกหน้าผาได้นะจ๊ะ)

 

ถ้าปั่นจักรยานมาจะมีสองออฟชั่นให้เลือกคือ ซื้อข้าวใส่ถุงแล้วนั่งกินแถวๆ น้ำตก โอ้ววว กินข้าวเคล้าเมเปิ้ลแดง หรือปั่นจักรยานมากินข้าวตามร้านที่อยู่ตรงหน้าผาครับ 

มื้อนี้อาหารก็ยังไม่ย่อยตามเดิมแต่อาการเริ่มดีแล้วครับเลยกินได้แค่หวานเย็นหนึ่งถ้วย

 

พาโนราม่าระหว่างทางครับ

 

เส้นทางปั่นจักรยานมันไม่เรียบๆ นะครับ มีเนิน มีหิน มีทราย ปั่นจักรยานก็เหนื่อยใช้ได้นะครับ แต่ไม่เท่าเดินไป

 

รู้สึกว่าตัวบวมๆ -*-

 

ถึงผาหล่มสักก็ประมาณ สี่โมงครึ่งครับมีเวลาพักอยู่ 1 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์จะตก

 

รองเท้าคู่ชีพจากหัวบล็อก

 

รองเท้่าที่ควรเอาไปไม่ควรเป็นแบบภาพด้านบนนะครับ เอารองเท้ากีฬาไปจะสบายเท้ากว่ามากครับ พอดีรองเท้ากีฬาของผมเจ๊งหมดยังไม่ได้ซื้อใหม่ เลยต้องเลยตามเลยครับ

 

 

มุมบังคับครับ ต้องถ่ายมุมนี้ ไม่มีเทเลเลยไม่ได้ถ่ายเลย อาศัยภาพพี่บรรยายเอา

 

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้วก็ตัวใครตัวมันครับ ตั้งหน้าัตั้งตากลับที่พักอย่างเดียว ปั่นรวดเดียว 9 โล ไม่มีพักกินข้าวกินปลาครับ เอาไว้กลับไปกินที่ศูนย์รวดเดียวครับ

มื้อเย็นหายจากอาการอาหารไม่ย่อยแล้วครับ เลยซัดไม่เลี้ยง หมูกระทะ แผนงหมู หูย พุงป่องนอนเต๊นท์เลยทีเดียว

วันนี้นอนเต๊นท์คร้าบ ไม่อาบน้ำด้วยไม่ไหวจริงๆ หนาวหำหด

 

ชูแว๊บ.... ตัดมาตอนตีห้าของวันรุ่งขึ้นเลยนะครับ ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น... มีไปแค่ 2 คนครับ อีกสามหน่อขอบาย ไม่เอาด้วย

นั่งรอดูพระอาทิตย์ขึ้น

 

เดินตอนเช้าๆ ไม่เหนื่อยครับ เดินมืดๆ ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

 

ฟ้าเปลี่ยนสี ฟินาเร~~~

 

 ขากลับมีผ่านพระแก้วด้วยครับ แต่ถ่ายมาไม่สวยไม่เอามาอวดดีกว่า

 

มีดอกไม้เล็กๆ ข้างทางให้ชมกันนะครับ

 

กลับมาแล้วก็ไปปลุกคนที่เต๊นท์ไปกินข้าเช้าแล้วค่อยกลับมาเตรียมของลงภูครับ

 

อาหารเช้ามื้อสุดท้ายบนภู โจ๊กสวรรค์

 

เจอพนักงานต้อนรับบนภูกระดึงแล้ว ชักภาพเป็นที่ระลึกซะหน่อย

 

เชื่องมากครับ พนักงานต้อนรับ (โปรดให้ทิปโดยการให้อาหาร)

 

จากนั้นก็กลับมาแพ็คของเตรียมตัวเอาไปให้ลูกหาบครับ แวะมาดูสภาพเต๊นท์กัน

 

เต๊นท์ขนาดห้าคนครับ แต่นอนจริงแค่ 3 คน ส่วนอีกสองคนให้ไปนอนแข่งกันกรนอีกเต๊นท์

 

เข้าค่าย ร.ด. 

 

อุณหภูมิเมื่อคืนตอนประมาณ 2 ทุ่ม อยู่ที่ 6 องศาครับ อุปกรณ์ที่ใช้นอนไปเมื่อคืนก็ ผ้าปูรองนอนหนึ่ง ถุงนอนหนึ่ง ผ้านวมโตโต้ผืนใหญ่หนึ่ง ผืนเล็กหนึ่ง อุ่นมากครับ หลับสบาย

จากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วครับ เดินทางลงภูอย่างเดียวแล้ว

 

 

กินไอติมกระทิ ราดช็อคโก + กล้วย ระหว่างทางลง

ยืนยันครับว่าขึ้นห้าคนก็กลับลงห้าคนเท่าเดิม รอดหมดทุก(มีร่อแร่อยู่ 1 หน่อ)

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอปิดทริปภูกระดึงตรงนี้เลยนะครับ ห้วนๆ อย่างนี้แหละ 

ลากยาวมา 3 ตอน.... -*-

แวะชมภาพใหญ่จุใจได้ที่

http://mkarv.multiply.com/photos/album/12# ของผม

ขอบคุณพี่อุที่ให้ภาพมาประกอบบล็อกนะครับ 

http://doggroup.multiply.com/photos/album/66/66#

 

edit @ 28 Dec 2008 17:19:03 by WhiteMapleS

ก่อนอื่นเลยก็ต้อง Merry X'mas ทุึกๆ คนที่แวะมาหาหมงนะคร้าบ




울면 안돼Ulmyeon Andwae (Santa Claus is Coming to Town) - 유리상자Yurisangja

 

ขอบังคับฟังเพลงนะครับ ผมเซ็ทออโต้เพลย์ไว้แล้ว

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ถ้าพลาดตอนที่แล้วก็ให้กด  ขอหนาว ณ ภูกระดึง ตอนที่ 1 อย่างไวเลยคร้าบ พี่น้องน้องคร้าบ

ภาพบางภาพชมแบบเต็มตาได้ที่ http://mkarv.multiply.com  นะครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ ก็พอถึงที่พักแล้วก็ออนเปลี้ยเพลียแรง เอาเคาท์เตอร์เพนทาถูๆ สูดดมเล็กน้อย แล้วก็อาบน้ำครับ เครื่องทำน้ำอุ่นที่นี้ใช้ระบบแก๊สครับ อาบแล้วกลัวระเบิดชิบ

จากนั้นก็ออกมาเดินถ่าย (เรี่ยราดเลย) 

ออกมาก็เจอใบเมเปิ้ลเลยครับ หยิบมาประกอบฉากซะหน่อย

 

เท่าที่เห็นนะครับ ต้นเมเปิ้ลที่มีในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว(ต่อไปนี้จะเรียกว่าศูนย์) มีแค่ต้นเดียวครับ อยู่หลังบ้านพักกุหลาบขาว(ที่ว่ากันว่าพี่ดุ) แต่แดงเกือบหมดแล้วครับ

 

ไม่เข้าใจเลยว่าทำไม ไม่ปลูกเยอะๆ จะได้สวยๆ

 

แบบชัดๆ แดงตอแหลมากครับ

 

เมเปิ้ลแดงมีชื่อไทยๆ เฉยๆ ว่า "ก่วมแดง" ครับ ขึ้นในที่สูงๆ (สูงแบบนี้มาทุกปีท่าจะไม่ไหว)และต้องใกล้กับแหล่งน้ำด้วย มิน่าถึงได้ไปขึ้นเขตน้ำตกทั้งหมดเลย

 

ไหน แดงจริงไหม?

 

มาภูกระดึงรอบนี้ตั้งใจมาดูเมเปิ้ลแดงโดยตรงเลยครับ สมใจอยากซะที คราวที่แล้วมาใบเมเปิ้ลยังเขียวอยู่เลย เห็นแล้วคุ้มค่าเหนื่อย ดังนั้นต้องถ่ายให้เยอะหน่อย

ตอนสักสี่โมงครึ่งก็เดินย้อนกลับไปผาหมากดูกไปดูพระอาทิตย์ตกอีกที ระยะทาง 2 โล เหนื่อยจิ๊บเป๋งเลย วันนี้เดินจนไข่ถลอกหมดแล้ว พระอาทิตย์ตกผมถ่ายมาไม่สวยนะครับ มีแต่เลนส์มุมกว้างถ่ายออกมาพระอาทิตย์เท่ากับจิ๋มมด ไม่เอามาให้ดูเสียเวลาหรอกครับ

พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า หนาวทันทีเลยครับ หนาวสมใจอยากซะที ระหว่างที่เดินทางกลับ นึกได้ว่าลืมหมวกไว้ที่หน้าผา ง่าวจริงตู จะเดินกลับก็ไม่ดีแล้วเริ่มมืดตกหน้าผาตายไปเดียวแผนดินจะสูงขึ้นเสียป่าวๆ เดียวพรุ่งนี้ค่อยกลับมาเอาล่ะกัน(หมวกสุดรักเลยล่ะใบนี้ ยังไงก็จะกลับมาเอา)

ความซวยของทริปนี้เริ่มขึ้นเมื่อตอนใกล้ถึงที่พักเริ่ม หมงเริ่มหนาว + อยากอ้วก พอไปถึงร้านอาหารก็กินข้าวไม่ค่อยจะลง แบบอยากจะอ้วกอย่างเดียว อาหารคงจะไม่ย่อย ทำให้ไม่มีอารมณ์ถ่ายภาพอะไรแล้ว กินยาแล้วเข้านอนทันทีเลยครับ วันแรกจบแบบทุกลักทุเลยังไงไม่รุ

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เช้าแล้วจ้า..... ดีขึ้นไม่อยากอ้วกแล้ว.... ไปกินข้าวเช้ากันเต๊อะ

 

ไข่กระทะ อร่อยสัดๆ (สัดที่มีความหมายในแง่ลบ)

 

กินได้ครึ่งนึงก็กินแทบไม่ลงแล้ว แต่พยายามซัดจนหมดเพราะเสียดายตังค์ หันไปดูของเพื่อน เฮ้ย!!! น่ากิ๊น น่ากิน

 

กระเพราหมู + ไข่ดาว เหนือความสูงระดับน้ำทะเล 1 กิโลเมตร ร้อนมากๆ โปรดสังเกตดูควัน

 

จากนั้นก็กลับไปเตรียมตัวที่บ้านพักครับ วันนี้จะไปผาหล่มสักไฮไลท์ของภูกระดึงที่นี่ ทางไปก็เกือบๆ 9 โลได้ครับ แต่เราจะไปกันด้วย จักรยานครับ สบายขาลำบากดากซ์(ยังเจ็บไม่หาย)

แต่ผมขอตัวไปหาหมวกสุดที่เลิฟก่อน ปั่นจักรยานไปกลับ 4 กิโล ตัดกำลังตั้งแต่เช้า

ดวงยังทีที่หมวกไม่ปลิวหายไปครับ คุ้มค่าแรงปั่นหน่อย กลับมาหาเพื่อนแล้วก็เริ่มต้นทริปวันนี้ได้เลยครับ

 

แวะไหว้พระ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิำภาพซะก่อน 

 

อากาศวันนี้แจ่มใสเหมาะกับการเอาแรงไปทิ้งมากครับ ไม่มีเมฆเลย

 

เราจะแวะไปดูใบเมเปิ้ลก่อนที่น้ำตกก่อนครับ ถ้าเดินเท้าก็จะเริ่มอีกทางหนึ่งจะเก็บน้ำตกได้ครบทุกน้ำตก แต่พวกผมไปโดยจักรยานเลยแวะได้แค่น้ำตกเดียวครับ จริงๆ แล้วจะเก็บให้หมดก็ได้แต่จะเดินอ้อม + เสียเวลา เลยเอาแค่อันเดียวก็พอครับ

 

กรี๊ดๆ เมเปิ้ลแดงรูปหัวใจ เด็กๆ ที่มาก่อนหน้าพวกผมทำไว้

 

เด็กเยอะมากครับ ที่น้ำตก เด็กๆ เขาหยุดกินข้าวกัน(ถ้าเดินเท้าจะไม่ผ่านร้านอาหารในตอนเที่ยง ทำให้ต้องห่อข้าวมาเอง) ถ่ายติดเด็กหมดเลย พยายามหามุมแล้วครับ

 

น้ำตกยังเ้หลือให้ชมอยู่ครับ ตอนแรกนึกว่าจะแห้งไปหมดซะแล้ว

 

ถ้าจะเที่ยวน้ำตกที่ภูกระดึงจริงๆ ต้องมาประมาณเดิน ตุลา พฤศจิ น่ะครับ รอบที่แล้วผมมาแช่น้ำเล่นได้เลย เย็นมากๆ น้ำตกที่เหนือระดับน้ำทะเล 1 กิโลเมตร

เมเปิ้ล + เฟิร์น อยากจะกรี๊ดสลบ

 

เมเปิ้ล + มอสก็เข้าที

 

บรรยากาศตรงน้ำตกนี่ดีมากๆ เลยครับ อยากนั่งนานๆ (เพราะเหนื่อย) แต่เวลามีจำกัดยังเหลือระยะทางอีกเยอะกว่าจะไปถึงผาหล่มสักครับ เลยทำให้ต้องทำเวลาสักนิด

 

ต้นเมเปิ้ลไม่ได้มีเยอะมากนะครับ แต่ก็เยอะพอทีจะทำให้ประทับใจได้

 


 

ขอพักตรงนี้ก่อนนะครับ

 

to be continue จ้า

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ค่อนข้างจะห้วนๆ หน่อยนะครับ เพราะกลับมาบ้านดึกมาก แล้วสัญญากับเพื่อนไว้ว่าจะอัพวันนี้เลยต้องปั่นงานครับ

edit @ 26 Dec 2008 18:34:42 by WhiteMapleS

ลางาน(อนุมัติให้ลาโดยไม่หักเงินเดือน) ไปเที่ยวภูกระดึง 18-21 ธันวามาครับ ไม่ใช่ว่าไปเป็นครั้งแรกนะครับ ไปเป็นครั้งที่สองแล้ว แบบว่ามันคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่ได้รับมาเมื่อสองปีที่แล้วครับ

ตอนแรกก็กะว่าจะไปคนเดียวเพราะชอบไปวันธรรมาดามากกว่า ไม่ชอบการที่จะต้องไปแย่งกินแย่งเที่ยวซะเท่าไร ไม่คิดว่าเพื่อนที่ไปด้วยจะลางานได้กัน(ลาวันพฤหัสกับศุกร์) ไปๆ มาๆ ก็สรุปคนร่วมทริปได้ 5 คนครับ (ผมเด็กสุดในทริปเลย)

เหมือนพระเจ้าไม่ได้รับรู้ถึงความตั้งใจของผม ผมอยากเที่ยวแบบคนน้อยๆ แต่ตอนที่หมงไปถึง(เพื่อนเอารถไป)ตอนประมาณตี 5 หมงลงจากรถ มองไปรอบๆ

 

เห็ดสด!!! ทำไมมีแต่เด็กหัวเกรียนวิ่งเล่นฟะ

มีแต่เด็กหัวเกรียนใส่เสื้อร่มสีฟ้าหลายร้อยคนอยู่หน้าที่ทำการอุทยาน ชิทฟัก!!! หนีมาเที่ยววันธรรมาดา ไมถึงต้องมาเจอเด็กด้วยฟะ(เด็กหนึ่งคนความวุ่นวายเท่ากับผู้ใหญ่ 3 คน)

ทำให้ต้องรีบไปจองคิวชั่งกระเป๋า จองคิวเช่าเต๊นท์ ระหว่างจองคิวก็คุยกับผู้ใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มนั้นเขาก็ส่ายหัวครับ มาวันธรรมดาเพราะจะหนีีคนแต่ดันหนีไม่พ้น ก็คุยๆ กันไปเขาก็บอกว่าเด็กมากันประมาณ 400 คน  ลงวันเสาร์ โห ขึ้นพร้อมตู ลงพร้อมตูเลยนี่หว่า แต่เห็นบอกว่าเด็กพวกนี้บ้าพลัง เคยมากันหลายทีแล้วขึ้นเขาแค่สองชั่วโมงกว่าๆ หมงได้ยินหมงก็ยิ้มเลย ขอให้จริงเหอะ รีบๆ ขึ้นไปกันให้หมดนะจ๊ะ

 

กว่าจะจัดการจองลูกหาบ จองที่พักเสร็จก็ปาไปเจ็ดโมงกว่าๆ แล้ว ว่างซะทีได้เวลาไปหาไรกิน + ถ่ายรูปนิดๆ หน่อยๆ

เข้าสู่ช่วงภาพถ่ายนะครับ โหลดช้านิดนะครับ

 

คำบรรยายภาพอยู่ใต้รูปนะครับ ตัวหนังสือสีแดง

 

 

 
หมอกตอนประมาณ 8 โมงก่าๆ ก็ยังมีให้เห็นอยู่
 

 

ถึงผานกเค้าก็ประมาณตีสี่กว่าๆ ครับ หมอกลงจัดแบบมองไม่ค่อยจะเห็นทางเลย ตรงที่ทำการก็เยอะใช้ได้อยู่เหมือนกัน แต่มันมืดเกิน + ไม่ว่างเลยไม่ได้จับภาพมาให้ดูกัน

 

กินมื้อเช้าที่ร้านนี้ครับ โอบามาร์คออกข่าวพอดี แต่ไม่ได้ฟัง กำลังหิว

 

ร้านอาหารที่ภูกระดึงจะเป็นร้านแบบนี้ติดๆ กันครับ ถ้าเราเดินเข้าไปในบริเวณเมื่อได้เจ้าของร้านก็จะเรียก เชิญชวน กันสาระพัดเพื่อให้เราเข้าไปอุดหนุนเราของเขา การพูดการจาของร้านพวกนี้ผมให้สิบเต็มสิบเลยครับ ดีกว่าร้านในห้างในกรุงเทพบางร้านซะอีก พูดจานิ่มๆ บริการสุดฤิทธิ์ เขาร้านก็จะรีบเอาน้ำชาร้อนๆ มาเสริฟพร้อมกับเชีัยร์อาหารของตัวเอง อาหารก็ไม่แพงครับ จ่ายแบบนี้รู้สึกสบายใจเป็นที่สุด

 

ชาจีนร้อนแบบไม่อั้นครับ หมดขอเพิ่มๆ ไม่อั้นๆ

 

 กินเสร็จก็ออกมาสูดอากาศหายใจ รอให้กระเพาะ + ลำไส้ทำงานกันซักพัก ใครใคร่ฉี่ ฉี่ ใครใคร่ขี้ ขี้ ส่วนผมก็ถ่ายรูปก่อนไปถ่ายหนัก

 

หมอกเริ่มเหลือแต่บนๆ แล้วครับ ใกล้ๆ พื้นหายหมดแล้ว

 

อากาศกำลังสบายครับ เสื้อกันหนาวไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่ถ้ากินน้ำเย็นเมื่อไรก็จะรู้สึกหนาวทันทีเลย เอาล่ะเมื่อเตรียมตัวเสร็จหมดแล้ว เด็กๆ ก็วิ่งขึ้นไปกันหมดแล้ว ผมก็ควรจะเตรียมตัวไปได้ซะที

 

 

มาพิชิตรอบที่สอง (นอนน้อยหน้าบวม)

 

 ระยะทางประมาณห้ากิโลครับ มีที่พักระหว่างทางประมาณ 5 ที่ครับ แต่ล่ะที่จะเรียกว่าซำ(แปลว่าตาน้ำ) ครับ

 

ลักษณะทางเดินครับ เป็นดินบ้าง เป็นก้อนหินใหญ่ๆ บ้าง

 

ผมว่าภูกระดึงนี่ค่อนข้างจะโรคจิตนิดนึงนะครับ แทนที่ตอนแรกๆ จะเป็นทางขึ้นแบบสบายๆ ชิวๆ ให้ร่างกายปรับตัว แต่นี่มาแบบวัดใจเลย ถ้าผ่านด่านแรกไปได้ ก็ต้องเจอด่านที่สอง(จะบอกทำไม) จริงๆ แล้ว ทางเดินไปซำแรกับทางขึ้นยอดเขาที่เป็นช่วงสุดท้ายโหดระดับแม็กซ์น่ะครับ ดังนั้นถ้าผ่านด่านแรกได้แล้วที่เหลือก็ค่อยๆ ขึ้นไป

 

ซำแรกแล้วครับ ผ่านด่านนรกมาได้ นั่งหอบแฮ่กๆ

 

ขอแนะนำสำหรับการเดินนะครับ (ได้มาจากเจ้าหน้าที่อุทยาน) ค่อยๆ เดิน ก้าวสั้นๆ (คนขาสั้นได้เปรียบ ) ห้ามวิ่งเด็ดขาด เพื่อนผม(เสื้อขาว) เปรี้ยวจัดวิ่งขึ้น ปรากฎว่าแทบจะเป็นลม คุณหนูๆ ที่บ้านอย่าทำตามนะครับ

 

กระเป๋าผมสีน้ำเงินด้านล่างสุดครับ

 

ลูกหาบก็ถือว่าเป็นไฮไลท์ของภูกระดึงครับ พวกพี่ๆ เขานี่กล้ามอย่างเทพอะ ซิกแพ็คเป็นซิกแพ็ค ค่าบริการเรียกได้ว่าไม่แพงเลยถ้าดูพวกพี่ๆ เขาแบกกัน กิโลล่ะสิบห้าบาทถ้วนครับ กระเป๋าผมประมาณ 7 โลได้ พวกพี่ๆ เขาก็อัธยาศัยดีครับ บางคนก็คอยให้กำลังใจ เราถามอะไรก็ตอบดีมีครับทุกคำเลย ฟังแล้วชื่นหู ชื่นใจ มิน่าทำไมภูกระดึงถึงยังดังไม่เสื่อมคลาย

 

พักเสร็จแล้วก็ลุยต่อครับ ถอดเสื้อกันหนาว มัดผม แล้วครับ เหนื่อยมาก

 

เรื่องรองเท้ายังไงผมก็แนะนำให้เอารองเท้ากีฬามาครับ เพราะมันมีหินด้วยเดินผิดอาจจะเท้าพลิกได้ แต่ทริปนี้ผมเอารองเท้าคอนเวิร์สที่เป็นภาพหัวบล็อกเอามาใช้ครับเพราะ รองเท้ากีฬาเจ๊งหมดแล้วครับ ว่าจะซื้อตอนเซลล์ปีใหม่นี้ เจ็บเท้าใช้ได้เลยครับ ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างครับ

 

ภาพพาโนราม่าร้านขายของระหว่างทาง กดเลยครับ ภาพจะขึ้นหน้าใหม่ให้

 

ของกินไม่ต้องซื้อตุนไว้เยอะก็ได้ครับ ระหว่างทางมีขายเรื่อยๆ ราคาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ครับ ยิ่งสูงยิ่งแพงครับ ถ้าทำงานแล้ว เงินเดือนของคนกรุงเทพเมื่อเทียบกับค่าของก็ถือว่าไม่แพงครับ ข้าวจานนึงก็พอๆ กับกินฟู้ดคอร์ทในห้างแต่ได้เยอะกว่ามากมาย

 

ถ้ามีถั่วแดงเย็นราดหน้ามาด้วยก็เจ๋งเลยครับ ถ้วยนี้ 20 บาท ระหว่างทางขึ้นภูครับ กินเสร็จหนาวค่อดๆ

 

พวกผมก็พักกันทุกซำครับ กินกันแหลกครับ สปอนซงสปอนเซอร์ ชาคงชาเขียว เอ็มสปอร์ต ไข่ต้ม กินหมดครับ มาภูกระดึงมีแต่อ้วนขึ้นครับ ไม่มีผอม

 

ถึงยอดแล้วครับ ภาพจากกล้องเพื่อนครับ

 

ใช้เวลาร่วมๆ 4 ชั่วโมงครึ่งครับ แทบตายกันไปข้างทีเดียวเลย ก็คนมันไม่ฟิตนิ ไม่ใช่ว่าถึงยอดแล้วจะถึงที่พักเลยนะครับ ต้องเดินอีกประมาณ 4 กิโลไปที่พัก แต่พวกผมมาเที่ยวแบบไฮโซ โนลิมิต ใช้เงินตลอดให้ตัวสบายครับ เลยใช้เครื่องทุ่นแรง

 

เด็กแวนซ์ + สก๊อย ครับ ใส่เสื้อกันหนาวไม่ใช่ว่าหนาวนะครับ แดดมันแรงกลัวดำ

 

จักรยานมีมาสองปีแล้วครับ แต่สองปีที่แล้วมันยังไม่ดีขนาดนี้ มันไม่มีเกียร์ ตอนนี้มีเกียร์แล้ว มีโช้คด้วย อย่างเทพครับ เสียดายเตี้ยไปนิด

 

ทางปั่นก็ประมาณนี้ครับ ไม่เรียบ ปั่นไปเรื่อยๆ เริ่มเจ็บดากซ์ (รูปปลากรอบไม่เกี่ยว)

 

มีเนินแล้วก็มีทางลงครับ ทำความเร็วได้ ตอนเนินลงนี่อย่างมันส์ ขอบอกๆ

 

ถ้างบเยอะก็ปั่นเอาเถอะครับ 4.5 กิโล คิด 60 บาทเอง คุ้มมากๆ ครับ ปั่นจักรยานที่ความสูง 1 กิโลจากระดับน้ำทะเล

 

ของกินที่มีจำหน่ายเหนือระดับน้ำทะเล 1 กิโล โดยที่ไม่มีทางรถขึ้น (ภาพของเพื่อน)

 

เรื่องการกินบนภูไม่ต้องกลัวเลยครับ ภาพด้านบนเป็นภาพร้านอาหารที่ผาหมากดูก ที่เอาไว้ดูพระอาทิตย์ตกครับ เห็นแบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวอดหรอกครับ มีเงินก็พอ ราคาก็สมกับความลำบากในการแบกขึ้น โค้กกระป๋องล่ะ 30 ครับ ไม่แพงๆ ถ้าเห็นลูกหาบแบก

 

 

บ้านพักครับ (ภาพของเพื่อน)

 

เรื่องที่พักก็ไม่ต้องห่วงครับถ้าจองบ้านพักทัน มีให้ทั้งไฟฟ้า (หกโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม) มีน้ำอุ่นให้อาบ ผมจองบ้านขนาดแปดคนพักได้ครับ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ แต่จองได้แค่วันเดียวครับ พรุ่งนี้ต้องระเห็จไปนอนเต๊นท์ กระซิกๆ

 

 

ขอพักไว้ตรงนี้ก่อนนะจ๊ะั

To be continue จ้า