ขอหนาว ณ ภูกระดึง ตอนที่ 1
posted on 23 Dec 2008 19:18 by whitemaples in Travellingลางาน(อนุมัติให้ลาโดยไม่หักเงินเดือน) ไปเที่ยวภูกระดึง 18-21 ธันวามาครับ ไม่ใช่ว่าไปเป็นครั้งแรกนะครับ ไปเป็นครั้งที่สองแล้ว แบบว่ามันคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่ได้รับมาเมื่อสองปีที่แล้วครับ
ตอนแรกก็กะว่าจะไปคนเดียวเพราะชอบไปวันธรรมาดามากกว่า ไม่ชอบการที่จะต้องไปแย่งกินแย่งเที่ยวซะเท่าไร ไม่คิดว่าเพื่อนที่ไปด้วยจะลางานได้กัน(ลาวันพฤหัสกับศุกร์) ไปๆ มาๆ ก็สรุปคนร่วมทริปได้ 5 คนครับ (ผมเด็กสุดในทริปเลย)
เหมือนพระเจ้าไม่ได้รับรู้ถึงความตั้งใจของผม ผมอยากเที่ยวแบบคนน้อยๆ แต่ตอนที่หมงไปถึง(เพื่อนเอารถไป)ตอนประมาณตี 5 หมงลงจากรถ มองไปรอบๆ
![]()
![]()
เห็ดสด!!! ทำไมมีแต่เด็กหัวเกรียนวิ่งเล่นฟะ
มีแต่เด็กหัวเกรียนใส่เสื้อร่มสีฟ้าหลายร้อยคนอยู่หน้าที่ทำการอุทยาน ชิทฟัก!!! หนีมาเที่ยววันธรรมาดา ไมถึงต้องมาเจอเด็กด้วยฟะ(เด็กหนึ่งคนความวุ่นวายเท่ากับผู้ใหญ่ 3 คน)
ทำให้ต้องรีบไปจองคิวชั่งกระเป๋า จองคิวเช่าเต๊นท์ ระหว่างจองคิวก็คุยกับผู้ใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มนั้นเขาก็ส่ายหัวครับ มาวันธรรมดาเพราะจะหนีีคนแต่ดันหนีไม่พ้น ก็คุยๆ กันไปเขาก็บอกว่าเด็กมากันประมาณ 400 คน
ลงวันเสาร์
โห ขึ้นพร้อมตู ลงพร้อมตูเลยนี่หว่า แต่เห็นบอกว่าเด็กพวกนี้บ้าพลัง เคยมากันหลายทีแล้วขึ้นเขาแค่สองชั่วโมงกว่าๆ หมงได้ยินหมงก็ยิ้มเลย ขอให้จริงเหอะ รีบๆ ขึ้นไปกันให้หมดนะจ๊ะ
กว่าจะจัดการจองลูกหาบ จองที่พักเสร็จก็ปาไปเจ็ดโมงกว่าๆ แล้ว ว่างซะทีได้เวลาไปหาไรกิน + ถ่ายรูปนิดๆ หน่อยๆ
เข้าสู่ช่วงภาพถ่ายนะครับ โหลดช้านิดนะครับ
คำบรรยายภาพอยู่ใต้รูปนะครับ ตัวหนังสือสีแดง
ถึงผานกเค้าก็ประมาณตีสี่กว่าๆ ครับ หมอกลงจัดแบบมองไม่ค่อยจะเห็นทางเลย ตรงที่ทำการก็เยอะใช้ได้อยู่เหมือนกัน แต่มันมืดเกิน + ไม่ว่างเลยไม่ได้จับภาพมาให้ดูกัน
กินมื้อเช้าที่ร้านนี้ครับ โอบามาร์คออกข่าวพอดี แต่ไม่ได้ฟัง กำลังหิว
ร้านอาหารที่ภูกระดึงจะเป็นร้านแบบนี้ติดๆ กันครับ ถ้าเราเดินเข้าไปในบริเวณเมื่อได้เจ้าของร้านก็จะเรียก เชิญชวน กันสาระพัดเพื่อให้เราเข้าไปอุดหนุนเราของเขา การพูดการจาของร้านพวกนี้ผมให้สิบเต็มสิบเลยครับ ดีกว่าร้านในห้างในกรุงเทพบางร้านซะอีก พูดจานิ่มๆ บริการสุดฤิทธิ์ เขาร้านก็จะรีบเอาน้ำชาร้อนๆ มาเสริฟพร้อมกับเชีัยร์อาหารของตัวเอง อาหารก็ไม่แพงครับ จ่ายแบบนี้รู้สึกสบายใจเป็นที่สุด
ชาจีนร้อนแบบไม่อั้นครับ หมดขอเพิ่มๆ ไม่อั้นๆ
กินเสร็จก็ออกมาสูดอากาศหายใจ รอให้กระเพาะ + ลำไส้ทำงานกันซักพัก ใครใคร่ฉี่ ฉี่ ใครใคร่ขี้ ขี้ ส่วนผมก็ถ่ายรูปก่อนไปถ่ายหนัก
หมอกเริ่มเหลือแต่บนๆ แล้วครับ ใกล้ๆ พื้นหายหมดแล้ว
อากาศกำลังสบายครับ เสื้อกันหนาวไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่ถ้ากินน้ำเย็นเมื่อไรก็จะรู้สึกหนาวทันทีเลย เอาล่ะเมื่อเตรียมตัวเสร็จหมดแล้ว เด็กๆ ก็วิ่งขึ้นไปกันหมดแล้ว ผมก็ควรจะเตรียมตัวไปได้ซะที
มาพิชิตรอบที่สอง (นอนน้อยหน้าบวม)
ระยะทางประมาณห้ากิโลครับ มีที่พักระหว่างทางประมาณ 5 ที่ครับ แต่ล่ะที่จะเรียกว่าซำ(แปลว่าตาน้ำ) ครับ
ลักษณะทางเดินครับ เป็นดินบ้าง เป็นก้อนหินใหญ่ๆ บ้าง
ผมว่าภูกระดึงนี่ค่อนข้างจะโรคจิตนิดนึงนะครับ แทนที่ตอนแรกๆ จะเป็นทางขึ้นแบบสบายๆ ชิวๆ ให้ร่างกายปรับตัว แต่นี่มาแบบวัดใจเลย ถ้าผ่านด่านแรกไปได้ ก็ต้องเจอด่านที่สอง(จะบอกทำไม) จริงๆ แล้ว ทางเดินไปซำแรกับทางขึ้นยอดเขาที่เป็นช่วงสุดท้ายโหดระดับแม็กซ์น่ะครับ ดังนั้นถ้าผ่านด่านแรกได้แล้วที่เหลือก็ค่อยๆ ขึ้นไป
ซำแรกแล้วครับ ผ่านด่านนรกมาได้ นั่งหอบแฮ่กๆ
ขอแนะนำสำหรับการเดินนะครับ (ได้มาจากเจ้าหน้าที่อุทยาน) ค่อยๆ เดิน ก้าวสั้นๆ (คนขาสั้นได้เปรียบ
) ห้ามวิ่งเด็ดขาด เพื่อนผม(เสื้อขาว) เปรี้ยวจัดวิ่งขึ้น ปรากฎว่าแทบจะเป็นลม คุณหนูๆ ที่บ้านอย่าทำตามนะครับ
กระเป๋าผมสีน้ำเงินด้านล่างสุดครับ
ลูกหาบก็ถือว่าเป็นไฮไลท์ของภูกระดึงครับ พวกพี่ๆ เขานี่กล้ามอย่างเทพอะ ซิกแพ็คเป็นซิกแพ็ค ค่าบริการเรียกได้ว่าไม่แพงเลยถ้าดูพวกพี่ๆ เขาแบกกัน กิโลล่ะสิบห้าบาทถ้วนครับ กระเป๋าผมประมาณ 7 โลได้ พวกพี่ๆ เขาก็อัธยาศัยดีครับ บางคนก็คอยให้กำลังใจ เราถามอะไรก็ตอบดีมีครับทุกคำเลย ฟังแล้วชื่นหู ชื่นใจ มิน่าทำไมภูกระดึงถึงยังดังไม่เสื่อมคลาย
พักเสร็จแล้วก็ลุยต่อครับ ถอดเสื้อกันหนาว มัดผม แล้วครับ เหนื่อยมาก
เรื่องรองเท้ายังไงผมก็แนะนำให้เอารองเท้ากีฬามาครับ เพราะมันมีหินด้วยเดินผิดอาจจะเท้าพลิกได้ แต่ทริปนี้ผมเอารองเท้าคอนเวิร์สที่เป็นภาพหัวบล็อกเอามาใช้ครับเพราะ รองเท้ากีฬาเจ๊งหมดแล้วครับ ว่าจะซื้อตอนเซลล์ปีใหม่นี้ เจ็บเท้าใช้ได้เลยครับ ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างครับ
ภาพพาโนราม่าร้านขายของระหว่างทาง กดเลยครับ ภาพจะขึ้นหน้าใหม่ให้
ของกินไม่ต้องซื้อตุนไว้เยอะก็ได้ครับ ระหว่างทางมีขายเรื่อยๆ ราคาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ครับ ยิ่งสูงยิ่งแพงครับ ถ้าทำงานแล้ว เงินเดือนของคนกรุงเทพเมื่อเทียบกับค่าของก็ถือว่าไม่แพงครับ ข้าวจานนึงก็พอๆ กับกินฟู้ดคอร์ทในห้างแต่ได้เยอะกว่ามากมาย
ถ้ามีถั่วแดงเย็นราดหน้ามาด้วยก็เจ๋งเลยครับ ถ้วยนี้ 20 บาท ระหว่างทางขึ้นภูครับ กินเสร็จหนาวค่อดๆ
พวกผมก็พักกันทุกซำครับ กินกันแหลกครับ สปอนซงสปอนเซอร์ ชาคงชาเขียว เอ็มสปอร์ต ไข่ต้ม กินหมดครับ มาภูกระดึงมีแต่อ้วนขึ้นครับ ไม่มีผอม
ถึงยอดแล้วครับ ภาพจากกล้องเพื่อนครับ
ใช้เวลาร่วมๆ 4 ชั่วโมงครึ่งครับ แทบตายกันไปข้างทีเดียวเลย ก็คนมันไม่ฟิตนิ ไม่ใช่ว่าถึงยอดแล้วจะถึงที่พักเลยนะครับ ต้องเดินอีกประมาณ 4 กิโลไปที่พัก แต่พวกผมมาเที่ยวแบบไฮโซ โนลิมิต ใช้เงินตลอดให้ตัวสบายครับ เลยใช้เครื่องทุ่นแรง
เด็กแวนซ์ + สก๊อย ครับ ใส่เสื้อกันหนาวไม่ใช่ว่าหนาวนะครับ แดดมันแรงกลัวดำ
จักรยานมีมาสองปีแล้วครับ แต่สองปีที่แล้วมันยังไม่ดีขนาดนี้ มันไม่มีเกียร์ ตอนนี้มีเกียร์แล้ว มีโช้คด้วย อย่างเทพครับ เสียดายเตี้ยไปนิด
ทางปั่นก็ประมาณนี้ครับ ไม่เรียบ ปั่นไปเรื่อยๆ เริ่มเจ็บดากซ์
(รูปปลากรอบไม่เกี่ยว)
มีเนินแล้วก็มีทางลงครับ ทำความเร็วได้ ตอนเนินลงนี่อย่างมันส์ ขอบอกๆ
ถ้างบเยอะก็ปั่นเอาเถอะครับ 4.5 กิโล คิด 60 บาทเอง คุ้มมากๆ ครับ ปั่นจักรยานที่ความสูง 1 กิโลจากระดับน้ำทะเล
ของกินที่มีจำหน่ายเหนือระดับน้ำทะเล 1 กิโล โดยที่ไม่มีทางรถขึ้น (ภาพของเพื่อน)
เรื่องการกินบนภูไม่ต้องกลัวเลยครับ ภาพด้านบนเป็นภาพร้านอาหารที่ผาหมากดูก ที่เอาไว้ดูพระอาทิตย์ตกครับ เห็นแบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวอดหรอกครับ มีเงินก็พอ ราคาก็สมกับความลำบากในการแบกขึ้น โค้กกระป๋องล่ะ 30 ครับ ไม่แพงๆ ถ้าเห็นลูกหาบแบก
บ้านพักครับ (ภาพของเพื่อน)
เรื่องที่พักก็ไม่ต้องห่วงครับถ้าจองบ้านพักทัน มีให้ทั้งไฟฟ้า (หกโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม) มีน้ำอุ่นให้อาบ ผมจองบ้านขนาดแปดคนพักได้ครับ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ แต่จองได้แค่วันเดียวครับ พรุ่งนี้ต้องระเห็จไปนอนเต๊นท์ กระซิกๆ
ขอพักไว้ตรงนี้ก่อนนะจ๊ะั
To be continue จ้า
)

(เอ่อ...เรื่องและภาพนะ....อย่าหื่น)
.
.
น่าหนุกๆ
#1 By ArchmaniaC on 2008-12-23 21:21