สี่สาวงามแห่งเมืองจีน เวอร์ชั่นโม้ค่อดๆ ภาคสาม
posted on 10 Aug 2008 18:06 by whitemaples in Travellingขออภัยครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาไปอยู่โรงพยาบาลมาสัปดาห์นึง คุณแม่ป่วยน่ะครับ ตอนนี้เกือบหายแหละครับ
สำหรับภาคแรกและสองตามมาที่นี่เลยครับ
สี่สาวงามแห่งเมืองจีน เวอร์ชั่นโม้ค่อดๆ
สี่สาวงามแห่งเมืองจีน เวอร์ชั่นโม้ค่อดๆ ภาคสอง
มาต่อกับสาวคนที่สี่ครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
4. หยางกุ้ยเฟย
หยางกุ้ยเฟยอันที่จริงแล้วไม่ใช่ชื่อจริงครับ หยางกุ้ยเฟยเป็นแค่ชื่อตำแหน่ง "กุ้ยเฟย" แปลว่า สนมเอกครับ เท่านั้นเอง ชื่อจริงของหยางกุ้ยเฟยคือ หยางอี้หวน แปลว่า กำไลหยก ครับ
หยางกุ้ยเฟยเป็นหญิงคนเดียวในสี่หญิงงามที่จัดว่า "อวบระยะสุดท้าย" (เกินระยะนี้ไปให้จัดว่าอยู่ระยะอ้วนระยะแรก) คาดว่าหนักประมาณ 60-70 กิโลกรัมได้ ลองสังเกตจากรูปปั้นของหยางกุ้ยเฟยที่เมืองซีอาน
ค่อนข้างจะอวบอึ๋มทีเดียวครับ
ความงามของหยางกุ้ยเฟยก็ไม่แพ้รุ่นพี่สามคนเหมือนกัน ฮ่องเต้หลงหัวปักหัวปำเลย ซึ่งส่งผลร้ายกับนางในเวลาต่อมา
คิ้วเข้มไปนิดนะตัวเอง
ว่ากันว่าเวลาที่หยางกุ้ยเฟยสวยที่สุดคือว่าเวลาที่นางอาบน้ำ และนางจะอาบน้ำบ่อยมากเพราะเป็นคนขี้ร้อน ดังนั้นภาพวาดหลายๆ ภาพวาดจะเป็นภาพวาดตอนที่เธอกำลังอาบน้ำ
แล้วนางสวยขนาดไหนล่ะ
เล่ากันมาว่าเมืองนางถูกเกณฑ์เข้ามาอยู่ในวังแล้ว นางก็ได้มีโอกาสออกไปเดินเล่นในสวนที่มีดอกไม้อยู่มากมาย แต่เมื่อใดที่หยางกุ้ยเฟยเดินผ่านดอกไม้ ดอกไม้ที่บานอยู่จะค่อยๆ หุบลง "มวลผกาละอายนาง" จึงเป็นคำที่ใช้ยกย่องความงามของนาง
someone : แหม เรื่องของหยางกุ้ยเฟยไม่ค่อยโม้เลยเนอะ
หมง : ยังๆ ยังไม่จบ เดียวขอโม้ก่อนนะ
เนื่องจากฮ่องเต้หลงหยางกุ้ยเฟยมาก ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้ทรงงานมากนัก ส่วนใหญ่จะมัวแต่เล่นจ้ำจี้มะเขื่อเปาะแปะกับหยางกุ้ยเฟย ทำให้เกิดการทุจริต คอรัปชั่น บ้านเมืองวุ่นวาย จนเกิดการกบฎขึ้นมา ทหารจำนวนนึงได้พาฮ่องเต้และคนสนิทของฮ่องเต้หนีออกจากวังและทำการฝ่าวงล้อมของกบฎออกไปได้ ที่ปรึกษาของฮ่องเต้ก็เสนอให้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่อีกเมืองนึงซึ่งฮ่องเต้กำลังจะลี้ภัยไป แต่หัวหน้าของทหารที่พาฮ่องเต้กับนางหยางกุ้ยเฟยออกมา ไม่พอใจหยางกุ้ยเฟยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านเมืองล่มสลาย จึงกราบทูลขอให้ฮ่องเต้สั่งให้ประหารนางหยางกุ้ยเฟยซะ ฮ่องเต้ก็ไม่รู้จะทำยังไงใจหนึ่งก็รักนางหยางกุ้ยเฟย อีกใจก็ห่วงบ้านเมือง(จริงๆ แล้วห่วงตัวเองว่าจะไม่มีคนดูแล) แต่แล้วนางหยางกุ้ยเฟยก็เข้ามากราบลาองค์ฮ่องเต้ เพราะนางยินดียอมตายเพื่อพระองค์ สุดท้ายองค์ฮ่องเต้ประทานผ้าขาวให้นางหยางกุ้ยเฟยผูกคอตาย
แต่ก็มีคนเล่ากันอีกว่าจริงๆ แล้วหยางกุ้ยเฟยไม่ได้ตายหรอก เพราะขันทีคนสนิทของฮ่องเต้รู้ว่าทหารมาทูลของฮ่องเต้ให้สั่งประหารหยางกุ้ยเฟย ขันทีจึงออกอุบายให้หาคนที่หน้าตาเหมือนหยางกุ้ยเฟยมาแขวนคอแทนแล้วให้หยางกุ้ยเฟยหนีไปขึ้นเรือเพื่อที่จะให้หนีไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เวอร์ไหมล่ะครับ
พอค้นหาข้อมูลดูดันมีเรื่องเล่าแบบอื่นอีกด้วย มีดาราของญี่ปุ่นออกมาบอกว่าเป็นลูกหลานของหยางกุ้ยเฟยด้วย http://ecurriculum.mv.ac.th/thai/m.4/unit5/lesson10/M4%20lesson10/ViewNews.aspx-NewsID=9480000155883.htm
ยังไม่หมดครับ เรื่องตำนานความงามของหยางกุ้ยเฟยยังไม่หมดแค่นี้
มีเรื่องเล่าอยู่ว่า ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีหญิงสาวนางหนึ่งหน้าตาอัปลักษณ์ ขี้ริ้ว ขี้เหร่ มาก ทุกๆ วันเธอจะโดนเพื่อนๆ และคนในหมู่บ้านล้อและพูดจาไม่ดีใส่ จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อโดนล้อรุนแรงขึ้นนางก็ทนไม่ไหว ร้องไห้แล้ววิ่งออกจากหมู่บ้านไป วิ่งไปร้องไห้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็นลมหน้าทิ่มพื้นสลบไป พอตกกลางคืนนางก็ฟื้นขึ้นมา นางสงบสติได้ก็เดินกลับบ้านไป เมื่อนางกลับถึงบ้าน นางก็เคาะประตูบ้าน(ดึกแล้ว) แม่ของนางก็แง้มประตูออกมาดูว่าใครมาเคาะประตู ก่อนที่เด็กสาวนั้นจะพูดจาขอโทษแม่ว่ากลับบ้านดึก แม่ของเด็กสาวนั้นก็พูดออกมาว่า "มาหาใครคะ"
เด็กสาวงุนงงมากขึ้น เลยบอกไปว่า "แม่อย่าโกรธลูกนะ ลูกโดนคนแกล้งแล้วลูกหนีออกนอกหมู่บ้านไปแล้วก็เป็นลม"
แต่แม่ของเด็กสาวนั้นก็พูดว่า "เธอไม่ใช่ลูกสาวชั้น" พลางส่ายหน้าและทำหน้าไม่เชื่ออย่างยิ่ง
เด็กสาวก็พยายามพูดกับแม่ แต่แม่ของเธอก็ไม่ยอมเปิดประตูให้เด็กสาวเข้าบ้าน
จนแม่ของเธอพูดออกมาว่า "ลูกของฉันหน้าตาขี้เหร่ ไม่สวยแบบแม่นางหรอก"
เด็กสาวก็ได้แต่งุนงง ว่าทำไมแม่ของเธอบอกว่าเธอสวย สุดท้ายเด็กสาวก็เล่าประวัติของตัวเอง จนแม่ของเด็กสาวอึ้งแต่สุดท้ายก็ยอมเชื่อ และให้เธอเข้าบ้านในที่สุด
เมื่อเธอเข้าบ้านมาแม่ของเธอก็รีบวิ่งไปเอากระจกมาให้เด็กสาวนั้นส่อง
ใบหน้าที่ปรากฎบนกระจกนั้นไม่ใช่หน้าตาขี้เหร่แบบสมัยก่อนแล้ว แต่เป็นใบหน้าของหญิงสาวที่สวยงามมากคนหนึ่ง
เด็กสาวก็ตกใจและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงปรึกษากับแม่ สุดท้ายแม่ก็บอกว่าให้รอเช้าก่อนแล้วให้เด็กสาวพาเธอไปยังที่เธอเป็นลมไปเมื่อวาน
เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กสาวกับแม่ของเธอก็เดินออกไปทางเดียวกับที่เด็กสาววิ่งออกไปจากหมู่บ้าน ในทีุ่สุดทั้งสองคนก็เดินมาถึงจุดที่เด็กสาวได้เป็นลมไป
นางเป็นลมไปบนกองดินเล็กๆ กองหนึ่ง ซึ่งยังมีรอยหน้าเธออยู่บนดินอยู่เลย
แม่ของเด็กสาวก็แปลกใจจึงเดินไปอีกฝั่งของกองดินนั้น เมื่อนางเดินไปอีกฝั่งหนึ่งก็เห็นแผ่นหิน
นางก็ตกใจเพราะมีีอักษรที่อยู่บนแผ่นหินเขียนไว้ว่า
"สุสานหยางกุ้ยเฟย"
แฮ่ๆ จบแล้วครับ สี่สาวงามไตรภาค ขอบคุณที่ให้ความสนใจครับ
เดี๋ยวลองเอาหน้าทิ่มดินบ้าง ^^ เผื่อสวย

สุสานหยางกุ้ยเฟย!?
ช่วงสุดท้ายนี่ถ้าเป็นจริงสงสัยหมอศัลยกรรมตกงานเป็นแถวแหง แค่ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเมืองจีนแล้วเอาหน้าไปจิ้มดินก็สวยแบบไม่ผ่านมีดหมอแล้ว
#1 By MD [คนพูดมาก@สิงคโปร์] on 2008-08-10 19:25