สบายดี ซีอาน : สุสานองค์หญิงหย่งไท่
posted on 27 Jun 2008 17:45 by whitemaples in Travellingมาๆ พี่น้องตีตั๋วเข้าชม "สบายดีซีอาน" ได้เลย ดูฟรีไม่มีชาร์จ แต่ถ้าดูแล้วไม่เม้นท์ก็ให้ จขบ. มีแฟนสวยๆ
ภาพเยอะนิดนึงนะครับ และภาพก็จะใหญ่ๆ ด้วย อาจจะกินพื้นที่ด้านข้างแต่ผมไม่อยากย่อให้เล็กกว่านี้แล้ว อยากให้ดู "ใหญ่ๆ" จะได้ "อิ่มๆ" กันครับ
เปิดหน้านี้ทิ้งได้ก่อนก็ได้ครับ แล้วค่อยมาอ่านรวดเดียว ไม่ต้องมานั่งรอโหลดรูป
ทริปนี้ไปฟรีครับ เป็นรางวัลจากการบรรลุเป้า 20-24 มิถุนายน 2008
โหลดกระเป๋าตอนห้าทุ่มครึ่ง ของคืนวันที่ 20
เทคออฟตอนตีสองครึ่ง ของวันที่ 21
ง่วงค่อดๆ ขอบอกกกกกกก.............
บินด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ บินตรงซีอาน...
ที่ว่างมากมาย... สบายเลยเราไม่ต้องทำตัวโปลิโอ(ลีบ) นอนทีเดียวสามเบาะก็ยังได้เลยครับ
บินแล้นๆ บินแล้วแหละ ตัวเอง.... ขออภัยที่ภาพเบลอ
หลับๆ ตื่นๆ... แอร์ปลุกให้รับน้ำ ให้กินข้าว...
แว่บเดียว สามชั่วโมงสี่สิบห้านาที โผล่เมืองซีอานแล้ว
โลโก้ของ ตม. ที่จีนครับ ขอบอกๆ ตม. จีนนี่น่ารักใช้ได้นะ(หน้าตาไม่ใช่นิสัย) จะถ่ายแต่กลัวโดนหิ้วปีกเข้าห้องขังข้อหาเป็นสปาย (วายคูลเลอร์)
ภาพบรรยากาศสนามบินเมืองซีอานครับ เล็กๆ คล้ายๆ กับสุวรรณภูมิย่อส่วน
ท้องฟ้าเมืองซีอานผมให้ติดลบ 10 เลย ฟ้าขาวจั๊วะ... (ผมชอบท้องฟ้าโล่งๆ สีน้ำเงินเข้ม)
แต่ความขาวสาวจีนให้ +10 จั๊วะน่าเจี๊ยะมาก
จากนั้นก็มาทานข้าวมื้อเช้าแบบง่ายๆ... แต่ง่ายเกินไปมั้ง ไม่อร่อยเลย กินไม่ลง
เลยออกมานอกโรงแรม เจอรูปปั้นก็เลยเอาซะหน่อย
หน้าตายังกะตัวละครในเรื่อง "มู่หลาน" ของวอลท์ดิสนีย์เลย
กินเสร็จ(แต่ไม่อิ่ม) ก็เดินทางต่อไปยังสุสานขององค์หญิงหย่งไท่
ระหว่างทางก็หลับๆ ตื่นๆ ได้ฟังไกด์เล่าให้ฟังว่า
องค์หญิงหย่งไท่เป็นองค์หญิงที่สวยมาก สวยขนาดที่ดอกไม้ที่ว่าสวยก็ยังงามไม่เท่า
ถ้าฟังไม่ผิดและจำไม่ผิดนะครับ เหมือนว่าองค์หญิงแต่งงานกับหลานฮ่องเต้ พอฮองเฮาตาย ฮ่องเต้ก็เสียใจมาก ขันทีคนสนิทจึงได้จัดงานเลี้ยงขึ้นมาเพื่อที่จะให้ฮ่องเต้หายเศร้า บรรดาหลานของฮ่องเต้ก็มาร่วมงานด้วย เนื่องจากองค์หญิงหย่งไท่ตอนนั้นได้แต่งงานกับหลานของฮ่องเต้ จึงได้ติดตามเข้าวังมาด้วย
พอฮ่องเต้เห็นก็โปรดทันทีจึงถามกับขันทีคนสนิทว่าหญิงนั้นเป็นใคร แต่เนื่องด้วยองค์หญิงหย่งไท่ได้แต่งงานกับหลานของตัวเองไปแล้ว จึงไม่อาจจะทำไรได้ แต่แล้วขันทีก็มีแผนที่จะเอาตัวองค์หญิงหย่งไท่มาให้ฮ่องเต้ให้ได้ เนื่องจากตอนนั้นแฟนขององค์หญิงหย่งไท่เป็นคนที่ไม่แข็งแรง เจ็บป่วยบ่อย ขันทีจึงออกอุบายให้องค์หญิงหย่งไท่ไปบวชชีเผื่อสะเดาะเคราะห์ จากนั้นจึงให้องค์หญิงหย่งไท่สึกแล้วพาไปหาฮ่องเต้
องค์หญิงก็หลงรักพ่อผัวของตัวเองเพราะฮ่องเต้นั้นฟิตมาก(ไกด์เล่าจิงๆ นะ) ทำให้องค์หญิงหลงรักพ่อผัวของตัวเอง
หลังจากนั้นสติผมก็เลือนลางไปอีกที ได้ยินอีกทีองค์หญิงหย่งไท่ก็ตายซะแล้ว
ปล. ประวัติองค์หญิงผมจำไม่ค่อยได้แล้วนะครับหลับๆ ตื่นๆ ถ้าผิดพลาดประการใดของอภัย
เข้ามาก็มีพวกตุ๊กตาปั้น ส่วนใหญ่จะเชื่อว่าเป็นเทพอารักขาสุสานนี้
ทางลงไปสู่โลงพระศพขององค์หญิงหย่งไท่ เย็นมั่กๆ ครับ
ระหว่างทางก็จะมีภาพสีวาดๆ อยู่ระหว่างทางเดิน... ภาพอาจจะไม่พิเศษตรงไหน
มันพิเศษตรงที่ว่าสุสานนี้อายุประมาณพันสามร้อยปี แต่สีก็ยังไม่ซีดหายไป เพราะเป็นสีที่ทำพิเศษ ทำจากแร่ จากหินต่างๆ ทำให้อยู่มาได้เป็นพันปี
ระหว่างทางผมก็เห็นลูกทัวร์ลองเอามือจับดู... ในใจผมก็คิดว่าทำไมทางการไม่เอาไรมาปิดไว้นะ เดียวสีก็ลอกหมดหรอก คนจับนู่นจับนี่
เดินเข้ามาจนเกือบสุดก็ได้เจอภาพวาดอายุพันกว่าปี... สมัยนั้นผู้หญิงอวบ (อวบขั้นสุดท้ายนะ) จะเป็นหญิงที่สวย ไม่เชื่อลองมาจากภาพสิครับ ดูคอสิครับเป็นชั้นๆ เลย ตาัชั้นเดียว อาหมวยดีๆ นี่เอง
จากนั้นก็จะเข้าห้องไปเจอกับสุสานองค์หญิงหย่งไท่ครับ แต่ห้องมันมืดถ่ายไม่ไหว แล้วก็มีสแตนเลสล้อมรอบอยู่ด้วย เลยไม่ได้ถ่ายมา
เห็นไกด์บอกว่าพระศพได้ย้ายออกไปแล้วครับ เลยแต่โลงเท่านั้น
จากนั้นก็ย้อนกลับทางเก่าออกมาถ่ายรูปอีกนิด
เป็นอาคารที่อยู่ติดกับสุสานองค์หญิงหย่งไท่ครับ ไม่รู้ว่าคืออะไร รู้แต่ว่าถ่ายภาพได้
มาเมืองจีนก็ต้องมีสิงโตคู่
ระหว่างรอลูกทัวร์ก็ถ่ายไรเล่นๆ ไปครับ
รถของหมาต๋าครับ ไม่เหมือนรถกระบะตำรวจแบบบ้านเรา
ผลไม้ลูกแรกที่ได้กินในเมืองจีน "ลูกไน" (สะกดถูกป่าวหว่า)
ดูนิ้วมือผมสิครับ เรียวสวย แค่ดูก็รู้แล้วหว่า จขบ. น่าตาดีขนาดไหน
รู้แล้วว่าเหล็กประตูบ้านเมืองไทยเอาแบบมาจากไหน... เหมือนกันแป๊ะๆ เลย
พอคนพร้อม ก็เดินทางไปทานข้าวเที่ยง
บรรยากาศหน้าร้าน
โต๊ะจีนแท้ๆ ไม่ใช่โต๊ะไทย โต๊ะลาวอันใด
ทายสิ อะไรเอ่ย?
เฉลยล่ะกัน (คงไม่มีใครทายกันหน้าจอคอมนะ) "ปิงไขว่" หรือ "น้ำแข็ง" นั่นเอง
ไกด์เล่าว่า ปกติคนจีนไม่กินน้ำแข็งกัน แต่ตามร้านอาหารก็รู้ว่าคนไทยต้องกินน้ำแข็งเลยทำมาให้
ว่าแต่ทำอีท่าไหนน้ำแข็งออกมาเป็นสีเหลี่ยมแบนๆ หว่า หรือไปแซะเอาน้ำแข็งในช่องฟรีสมาตัดให้เรากินหว่า
อ่านว่า "เค่อโค่วเคอเล่อ" หรือ "โคคา โคล่า" นั่นเอง
น้ำเขียวเมืองจีนครับ "ผีจิ่ว" หรือ "เบียร์" (อ่อนมากๆ ของบอก)
เค่อโค่วเคอเล่อ ผีจิ่ว และ ชา มาแบบนี้ทุกมื้อครับ คนจีนชอบดื่ม เบียร์แล้วก็ชา
ฮั่นแน่!! ไม่ต้องงงครับว่าผมแอบบถ่ายอะไรมา
ตามสัญญาครับ เอาภาพสาวจีนมาให้ แต่ไม่ใช่สาวจีนที่เป็นเด็กเสริฟธรรมดานะครับ
สองสาวนี้เป็น "เด็กเชียร์เบียร์" ครับ จีนก๊อปไทยหรือไทยก๊อปจีนหว่า
ขอบอกๆ คนขวานี่ใกล้ๆ น่ารักนะครับ แอบเหล่ไปหลายทีเหมือนกัน
เมืองซีอานขึ้นชื่อเรื่องข้าวสาลีครับ ดังนั้นอาหารหลักของคนที่นี่ก็จะเป็นหมั่นโถวนั่นเอง (ไม่หร่อยเลย)
กับข้าวนี่เยอะค่อดๆ อะครับของบอกๆ ประมาณ 12 รายการได้ มาทีแบบล้นโต๊ะ ต้องวางแบบจานเกยกันเลยว่างั้นเถอะ กินไม่ทันเสริฟครับ
บรรยากาศร้านก็ดูดีใช้ได้ครับ แต่สาวๆ นี่แทบจะไม่มีให้เห็น
ที่เห็นคนมุงๆ กันตรงด้านบนของรูปนั่นคือทางร้านเอาของมาขายครับ
เป็นงานฝีมือ เป็นภาพสาวจีนใส่ชุดจีน ทำเป็นที่แขวนครับ เปิดราคามา 3 ชิ้น 100 หยวน
ก่อนออกคนไทยซื้อได้ในราคา ชิ้นล่ะ 10 หยวน (เรื่องต่อของนี่เขียนได้อีกหนึ่งเอนทรี่เต็มเลยครับ)
ถนนในเมืองครับ สะอาดกว่าที่คิด ต้นไม้ส่วนใหญ่ก็เป็นต้นเมเปิ้ล ถ้ามาช่วยเปลี่ยนสีนี่คงสวยมิใช่น้อย
เวลา ณ ตอนนั้นก็ประมาณ บ่ายโมงของวันที่ 21 มิถุนายนครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอพักแค่นี้ก่อนนะครับ พอหอมปากหอมคอ เหนื่อยแล้ว
เดียวค่อยมาต่อนะครับ

อาหารส่วนใหญ่จะเลี่ยนๆ เบียร์ต้อง"ชิงเต่า"
ส่วนๆสาวๆ.. ขอบอกว่า แม่แต่พนักงานร้านของชำเล็กๆ
ยังน่ารักเลยคับ
#1 By sengkaraoke on 2008-06-28 00:47