ชีวิตหลังครัวและภาษาอังกฤษขั้นเทพ
posted on 19 Mar 2008 14:39 by whitemaplesชีวิตนี้ได้มีโอกาสทำงานในร้านอาหารไทยที่ต่างประเทศกับเขาเหมือนกัน
ทำอยู่เกือบห้าเดือนเห็นจะได้ ภาษาอังกฤษตอนนั้นขั้นเทพมั่กๆ
ใช้แต่สามเท้นส์มหัศจรรย์ Past Present Future บางครั้งก็เอามารวมกันได้อีก
ยังดีที่ได้ทำในครัว มีแต่คนไทย
มีเรื่องห่าๆ ฮาๆ เพียบ
ร้านอาหารที่ทำชื่อ Jasmine Rice ร้านข้าวหอมมะลิ ไม่รู้เป็นไรออกเสียงทีไรฝรั่งตกใจทุกที Jasmine Lice ร้าน เหาหอมมะลิ แค่ได้ยินก็รู้แล้วว่าอร่อยเหาะ
ไอ้ร้านนี้ตั้งอยู่ข้างร้านฝรั่งแท้ๆ เลย
ดังนั้นการพูดถึงผลไม้ไทยๆ อาจจะไประเคืองหูพวกท่านเหล่านั้นได้เช่น "ฟักทอง" พูดบ่อยๆ ข้างร้านอาจจะตะโกนสวนมาได้ว่า "Fuck you too" เราชาวกระเหรี่ยงไทยแลนด์เลยต้องกระแดะ
พ่อครัวใหญ่ : เฮ้ย ลูกหมงวิ่งไปเอา "พัมกิ้น" มาสองลูก
หมง : นิ่งไปห้าวิ กว่าจะตอบสนองต่อฟักทองภาษาอังกฤษได้
หูย ทำงานแรกๆ ยิ่งงงเข้าไปใหญ่เลย
พ่อครัวใหญ่ : เฮ้ย ลูกหมงวิ่งไปเอา "คลอริฟลาวเวอร์" มาลังดิ
หมง : วิ่งไปพลางคิดในใจ Cauliflower = ดอกกระหล่ำ
แต่บัดดลเปิดห้องแช่เย็นเข้าไป ลูกหมงยืนนิ่งในตู้แช่อุณหมิ เจ็ดองศาเซลเซียส
อันไหนมันดอกกระหล่ำวะ
ปัญหาคือ สับสนระหว่างกระหล่ำปลีกับดอกกระหล่ำ
แม่ครัวเดินเข้ามาพอดี เห็นผมทำหน้าตาเลิกหลั่ก ลุกๆ นั่ง
แม่ครัว : จะแอโรบิคเชิญที่่สวนสาธารณะนะนู๋
หมง : เอ่อ Cauliflower มันอันไหนอ่ะป้า
แม่ครัว : มองหน้าสามวิ (คงคิดในใจว่าเจ้านายคิดถูกไหมที่จ้างไอ้บื้อนี่) แล้วก็ชี้ให้
หมง : รีบหยิบ รีบออก อายว่ะ
เรื่องวุ่นๆ หลังครัวยังมีอีกเยอะ เดียวมาเผาตัวเองวันหลังถ้าเอนทรี่นี้ประสบความสำเร็จ
หลังจากมั่วๆ อยู่ในห้องครัวได้สามเดือนกว่าๆ มีโอกาสครับ มีโอกาส
กรี๊ดๆ จะได้เสริฟ์แล้ว ตื่นเต้นค่อดๆ อ่ะตอนนั้น
โอ้ใส่เสื้อเหลือง กางเกงสเล็ค รองเท้าคอนเวิร์สสีดำ เท่ห์ซะไม่มี
someone : นั่นเท่ห์ของมึงแล้วหรอ
ส่วนยากสุดของพนักงานเสริฟ์คือ การจีบเด็กเสริฟ์ด้วยกัน การรับออเดอร์ครับ
ผมเองก็เชี่ยวมาก เจ้าของร้านไม่เทรนไรกูเลย กูก็กลัว
Case study ที่ 1
Customers : แคนไอ้แฮฟทูเช้นจ์เบียร์พลีส
พนักงานมือใหม่ : เชี้ยไรวะ มึ่งจะเปลี่ยนเบียร์ไรวะ ยังไม่ทันสั่งเลย(ในตอนนั้นผมก็ไม่สนหลักไวยากรณ์ไรหรอกครับว่า Can i have to change beers, please มันถูกหลักหรือเปล่า ผมเอาแค่คำว่า Can กับ Change เท่านั้นเหมาว่ามันต้องการเปลี่ยนเบียร์แน่ๆ)
Customers : Can i have to change beers, please (ซ้ำอีกทีให้กระเหรี่ยงฟัง)
พนักงานมือใหม่ : ยืนนิ่ง กรอกตาขึ้นข้างบน เพื่อประมวลผล
พนักงานมือใหม่ : ...
พนักงานมือใหม่ : ...
พนักงานมือใหม่ : ...
พนักงานมือใหม่ : ...
Customers : มันคงรู้แล้วไอ้กระเหรี่ยงนี่ไม่เข้าใจ เลยหยิบเมนูแล้วชี้ให้ดูครับ
พนักงานมือใหม่ : "เบียร์ช้าง" "ห่านจิก"ผมอุทานออกมาอย่างเบาๆ แล้วก็รีบจดลงกระดาษ
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด สกิลการฟังกรูไม่ดีหรือมึงพูดไม่ชัดฟะ
ทีหลังสั่งให้ชัดๆ เดะ ว่า Can i have two ช้าง beers
กรูล่ะอายจริงมาเล่าให้เพื่อนฟังทีหลัง
Case study ที่ 2
อาหารไทยต้องกินกับข้าวสวยใช่ไหมครับ
someone : กินกับข้าวเหนียวก็ได้
หมง : ...
หมง : ...
หมง : ...
หมง : ...
หมง : เออ กรูไม่เถียง แต่ร้านกูมีแต่ เหาหอมมะลิ เอ้ย ข้าวหอมมะลิ
ร้านอาหารไทยที่นิวซีแลนด์ (พึ่งจะมาบอกอะไรเอาป่านนี้) คิดค่าข้าวเป็นหัวครับ เติมได้ไม่อั้น
พนักงานเสริฟ์อย่างกระผมมีหน้าที่สอดส่องจานของลูกค้า ถ้าเห็นจานปล่าวให้เบือนหน้าหนี รีบยกข้าวไปตั้งเพิ่มทันที
แต่เรื่องหน้าแหกเรื่องนี้เกิดขึ้นที่โต๊ะขนาดสองที่นั่ง เป็นลูกค้าหญิงสองคน
พนักงานมือใหม่ : Would u like some more lice?
Customer A and B : มองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วพูดพร้อมกันว่า "NO, thanks"
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด กรูผิดอีกแล้วหรอ
ปล. เหตุการณ์ที่สองนี่ผมแต่งขึ้นมาเองครับ ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่ ณ ปัจจุบันนี้ผมก็ยังไม่มั่นใจว่าผมพูดคำว่า Rice กับ Lice ได้อย่างถูกต้อง
Case study ที่ 2 (ของจริง)
เรื่องหน้าแหกเรื่องนี้เกิดขึ้นที่โต๊ะขนาดสองที่นั่ง เป็นลูกค้าหญิงสองคน
พนักงานมือใหม่ : Would u like some more rice?
Customer A : Yes, please
พนักงานมือใหม่ : ตักข้าวอย่างระวังกลัวข้าวสวยร้อนตกใส่ร่องอกของลูกค้าสาว
Customer A : Thanks ชอบฝรั่งก็ตรงนี้แหละ ทำไรให้หน่อยก็ Thanks คนไทยไม่ค่อยขอบคุณพนักงานบริการกันสักเท่าไรนะครับ เพื่อนๆ ว่ากันไหม
พนักงานมือใหม่ : หันไปมองจานของลูกค้า B เห็นข้าวยังเหลืออยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง จึงสืบเท้าออกจากโต๊ะอย่างนุ่มนวล
Customer B : One more spoon, please.
พนักงานมือใหม่ : รีบเดินกลับห้องครัวอย่างรวดเร็ว
10 วินาทีต่อมา
พนักงานมือใหม่เดินออกมาพร้อมกับช้อนที่นอนอยู่บนจาน(ห้ามหยิบช้อนมาป่าวๆ นะไม่สุภาพ) แล้วยื่นให้ลูกค้า B
Customer B : Arrr, I mean I would like some more stream rice
พนักงานมือใหม่ : เพล้ง!!!! พลางก้มลงไปเก็บใบหน้าที่แตกยับเยินบนพื้น
อันนี้ผมโง่เอง ผมยอมรับผิด
แต่แม่งใครจะไปคิดล่ะว่าจะเอาข้าวเพิ่ม เห็นข้าวยังเต็มจาน
someone : คนดีชอบแก้ไข คนซันไรจัญไรชอบแก้ตัว
หมง : ...
หมง : ...
หมง : ...
หมง : ...
หมง : เออ กรูไม่แก้ตัวก็ได้
กรูล่ะอายจริงเลย ครั้งที่สอง
Case study ที่ 3
อันนี้เป็นกรณีศึกษาของรุ่นน้องครับ
รุ่นน้อง(ชื่อเฟิร์สครับ)ทำงานที่อีกร้านนึง ทำหน้าที่คล้ายๆ กับผมแหละครับ อยู่ในครัว หั่นผงผัก ทอดของ
แต่ที่ร้านของน้องเขามีพนักงานเสิร์ฟเป็นคนอินโดนิเซียครับ สมมติว่าชื่อ Abby ล่ะกัน เห็นกระแสแอ๊บแบ๊วมาแรง
ณ คืนหนึ่ง
Abby เดินเข้ามาในห้องครัวพลางพูดกับไอ้เฟิร์สว่า "R u free tonigh?"......
จริงๆ แล้วน้อง Abby เขาเข้ามาบอกออเดอร์กับไอ้เฟิร์สมันน่ะครับ
หลังจากน้อง Abby รับออกเดอร์แล้วก็รีบออกจากห้องครัวไป
เฟิร์สหันหน้าไปหาพ่อครัว
เฟิร์ส : ลุงครับ Spring rolls(ปอเปี๊ยะ) ไม่ใส่เนื้อวัวตัวผู้ที่นึงครับ
พ่อครัว : หา อะไรนะ ไม่ใส่เนื้อวัวตัวผู้นี่นะ ปกติก็ไม่ได้ใส่เนื้อวัวอยู่แล้วนะ
เฟิร์ส : ผมก็ว่างั้น ทำไมลูกค้ามันเรื่องมากจังเนอะ
พ่อครัว : มึงแน่ใจหรือเปล่าว่าเขาสั่งว่างั้น
เฟิร์ส : แน่ใจสิครับ Abby บอกว่า one spring rolls no วัวตัวผู้
พ่อครัวกับไอ้เฟิร์สยืนงงกันอยู่สองคน
ทันใด Abby เดินเข้าครัวมาถามหาอาหารที่สั่งไป แต่ไม่เห็นจึงถามไอ้เฟิร์สกับพ่อครัวว่า
Abby : Where is my spring rolls no tofu(เต้าหู้)
เรื่องก็เอวังด้วยประการละฉะนี้ (สะกดไม่ถูก)
+
= 555
ผมสงสัยไรนิดหน่อย จึงถามไอ้เฟิร์สหลังจากที่มันเล่าให้ฟัง
หมง : อ้าวแล้ว Abby เขาพูดไทยได้หรอ
เฟิร์ส : ...
เฟิร์ส : ...
เฟิร์ส : ...
เฟิร์ส : ...
เฟิร์ส : ...
เฟิร์ส : ...
เฟิร์ส : เออวะ พี่ผมก็ไม่ทันคิดว่าเขาทำไมพูดไทยได้
555
หมงสบายใจ มีคนบื้อยิ่งกว่า
ชอบบบบบบบบ.......
Sorry i don't understand.

ข้าวฟ่าง : Hey!! Boss !! ( ผู้จัดการ ) Do you have rubber !!?
ผู้จัดการ : O_o" what!!
oh!! what do you mean ?
ข้าวฟ่าง : rubber rubber พร้อมทำท่าทางจะลบคำผิด
ผู้จัดการ : เขิล ละ บอกว่า OH!! you mean ...อี- เร- เซฮร์
RUBBER MEAn ...CONDOM!!!
- -"
#1 By ~[P]ep[P]er[M]in[T]~ on 2008-03-19 23:55